ทำยังไงถึงจะมีกล้ามสวยๆ เหมือนคนอื่นเขาบ้างนะ?
วิธีที่ทำอยู่ตอนนี้มันถูกต้องหรือเปล่านะ? ยกน้ำหนักเท่าเดิมมาครึ่งปีแล้วยังไม่ขยับเลย...
พยายามแทบตายแต่ผลลัพธ์ไม่เป็นอย่างที่หวัง ไม่รู้เลยว่าต้องจัดตารางฝึกแบบไหนถึงจะดี
สำหรับใครที่กำลังเจอปัญหานี้ เรามีตารางเวทเทรนนิ่งที่ออกแบบมาเพื่อเทอราปิสต์ (ระดับเริ่มต้น) มาแนะนำ รับรองว่าถ้าทำตามนี้ เห็นผลแน่นอน!!
มาปั้นหุ่นให้ดูดี แล้วใช้ชีวิตอย่างมั่นใจไปพร้อมกันเถอะ 💪
ก่อนอื่น การฝึกเวทเทรนนิ่งแบบ全身法 (Full Body Workout) มีข้อดีดังนี้:
✅ 1. สร้างความถี่ในการฝึกได้ดี
-
เนื่องจากเป็นการฝึกทั่วทั้งร่างกายในครั้งเดียว แม้จะฝึกแค่สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ก็เห็นผลชัดเจน
-
ต่างจากการแยกส่วนเล่น ไม่ต้องกังวลว่าวันนี้ต้องเล่นส่วนไหน เหมาะมากสำหรับคนที่มีเวลาน้อย
✅ 2. กระตุ้นกล้ามเนื้อได้บ่อยขึ้น
-
กล้ามเนื้อจะเติบโตได้ดีหากได้รับแรงกระตุ้นซ้ำภายใน 48-72 ชั่วโมงหลังฝึก
-
การเล่นแบบ Full Body ช่วยให้คุณวนรอบการกระตุ้นนี้ได้บ่อยขึ้น เพิ่มโอกาสในการสร้างกล้ามเนื้อ
✅ 3. ช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญ
-
การใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ (ขา, หลัง, อก ฯลฯ) พร้อมกัน ช่วยให้ ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้สูงขึ้น
-
เหมาะมากสำหรับช่วงลดน้ำหนักหรือไดเอท แถมยัง ช่วยเร่งการเผาผลาญไขมันได้อีกด้วย
✅ 4. จำท่าทางได้แม่นยำและรวดเร็ว
-
คุณจะได้ฝึกท่าพื้นฐาน เช่น สควอท, เดดลิฟต์ และเบนช์เพรส ถึงสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ทำให้มือใหม่จดจำฟอร์มที่ถูกต้องได้เร็ว
✅ 5. ยืดหยุ่นในการพัก
-
การเล่นแยกส่วนหากขาดไปหนึ่งวันจะทำให้กล้ามเนื้อส่วนนั้นไม่ได้ถูกกระตุ้น แต่ถ้าเป็นแบบ Full Body ถึงจะพักไปหนึ่งวัน สมดุลร่างกายโดยรวมก็ยังอยู่ครบ
✅ 6. ฝึกด้วยความเข้มข้นสูงได้
-
ในหนึ่งครั้ง คุณจะได้ โฟกัสกล้ามเนื้อหลายส่วนด้วยท่า Compound ทำให้คุ้มค่ามาก
-
โดยเฉพาะพนักงานออฟฟิศที่ยุ่งๆ หรือมือใหม่ นี่คือสไตล์ที่ให้ ผลลัพธ์สูงสุดในเวลาที่สั้นที่สุด
✅ 7. เหมาะสำหรับมือใหม่ถึงระดับกลาง
-
มีประสิทธิภาพมากในด้านการฝึกท่าทาง สร้างพื้นฐานกล้ามเนื้อ และฝึกได้ต่อเนื่อง
-
แม้แต่ระดับสูง ก็ยังมักนำไปใช้ในช่วง ลดน้ำหนักหรือช่วงปรับสภาวะร่างกาย
🔁 ตัวอย่างการแบ่งวันฝึก
-
สัปดาห์ละ 3 ครั้ง (เช่น จันทร์, พุธ, ศุกร์)
-
ในแต่ละวัน: สควอท, เบนช์เพรส, เดดลิฟต์, ดึงข้อ, ท่าเล่นไหล่ ฯลฯ
【ตัวอย่างตารางฝึกแบบ全身法】 (สัปดาห์ละ 3 ครั้ง)
เป้าหมาย: เพิ่มขนาดกล้ามเนื้อ + เพิ่มความแข็งแรงพื้นฐาน
ความถี่: สัปดาห์ละ 3 ครั้ง (เช่น จันทร์, พุธ, ศุกร์)
● Day1 (จันทร์) |เน้นท่าผลัก (Push)
| ท่าฝึก | เซต × ครั้ง | ส่วนที่เล่น |
|---|---|---|
| บาร์เบลสควอท | 3 × 8-10 ครั้ง | ขา (หน้าขา/ก้น) |
| เบนช์เพรส | 3 × 8-10 ครั้ง | อก/หลังแขน |
| แลทพูลดาวน์ | 3 × 6-10 ครั้ง | หลัง/หน้าแขน |
| ดัมเบลโชว์เดอร์เพรส | 3 × 10 ครั้ง | ไหล่ |
| อบโรลเลอร์ หรือ แพลงก์ | 3 เซต หรือ 1 นาที×3 | หน้าท้อง |
● Day2 (พุธ) |เน้นท่าดึง (Pull)
| ท่าฝึก | เซต × ครั้ง | ส่วนที่เล่น |
|---|---|---|
| เดดลิฟต์ | 3 × 5-8 ครั้ง | หลัง/หลังขา |
| อินคไลน์ดัมเบลเพรส | 3 × 8-10 ครั้ง | อกบน |
| แลทพูลดาวน์ หรือ ดึงข้อ | 3 × 8-12 ครั้ง | หลัง/หน้าแขน |
| ไซด์เรส (Side Raise) | 3 × 15 ครั้ง | ไหล่ข้าง |
| เลกเรส หรือ ครันช์ | 3 เซต | หน้าท้อง |
● Day3 (ศุกร์) |ผสมผสาน + เน้นจุดด้อย
| ท่าฝึก | เซต × ครั้ง | ส่วนที่เล่น |
|---|---|---|
| ฟร้อนท์สควอท | 3 × 8 ครั้ง | ขา (เน้นหน้าขา) |
| วิดพื้น หรือ Dips | 3 × 10-15 ครั้ง | อก/หลังแขน |
| ดัมเบลโรว์ | 3 × 10 ครั้ง | หลัง/หน้าแขน |
| โชว์เดอร์เพรส | 3 × 12 ครั้ง | ไหล่ |
| เซอร์กิตหน้าท้อง (3 ท่า) | ท่าละ 1 นาที × 3 เซต | หน้าท้อง |
【ตารางเปรียบเทียบ: Full Body vs แยกส่วนฝึก】
| หัวข้อเปรียบเทียบ | 全身法 (Full Body) | 分割法 (Split) |
|---|---|---|
| ความถี่ในการฝึก | 2-3 ครั้ง/สัปดาห์ ก็พอ (เล่นครบทุกส่วน) | ต้องเล่น 4-6 ครั้ง/สัปดาห์ (แยกส่วน) |
| ความคุ้มค่าของเวลา | ◎ (ได้ทั่วร่างในเวลาสั้น) | △ (วันนึงเล่นไม่นาน แต่ต้องไปบ่อย) |
| ความถี่การกระตุ้นกล้ามเนื้อ | ◎ (กระตุ้นทุก 48-72 ชม.) | △ (บางส่วนอาจได้เล่นแค่ 1-2 ครั้ง/สัปดาห์) |
| การจัดการความล้า | △ (เล่นทั้งตัว ต้องระวังความหนัก) | ◎ (กระจายความล้าแยกตามส่วน) |
| เหมาะสำหรับมือใหม่ | ◎ (ฝึกท่าพื้นฐานได้ครบทุกส่วน) | △ (มีหลายท่าเกินไปและซับซ้อน) |
| เหมาะสำหรับระดับกลางขึ้นไป | ◯ (เพิ่มท่าเสริมได้) | ◎ (โฟกัสเฉพาะจุดได้ลึกกว่า) |
| ความง่ายในการทำต่อเนื่อง | ◎ (ตารางเปลี่ยนก็ปรับตัวง่าย) | △ (หยุดไปวันเดียว ส่วนที่ขาดจะเสียสมดุล) |
| ประสิทธิภาพการสร้างกล้าม | ◯〜◎ (เน้นความถี่ พัฒนาได้ไว) | ◎ (อัดเนื้อหาในแต่ละส่วนได้เยอะ) |
🔁 เพิ่มเติม
-
มือใหม่หรือคนที่งานยุ่ง แนะนำให้ เริ่มจากแบบ Full Body ก่อนครับ
-
ถ้าฝึกมานานเกิน 6 เดือน - 1 ปีแล้ว อาจลอง ผสมผสาน (Full Body 3-4 ครั้ง + แยกส่วน 1 ครั้ง) ก็ดีเช่นกัน
-
ช่วงลดน้ำหนักใช้ Full Body ที่เผาผลาญสูง ส่วนช่วงสร้างกล้ามเนื้อ (Bulk) ใช้แบบแยกส่วนเพื่อโฟกัสหนักๆ ปรับใช้ตามเป้าหมายถือว่าดีที่สุด
เทอราปิสต์เองก็ฝึกซ้อมอย่างหนักทุกวัน เพื่อให้สามารถมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าได้ 💪
มาแชร์เรื่องราวและให้กำลังใจกันระหว่างชาวเทรนเนอร์ เพื่อสุขภาพที่ดีและการผ่อนคลายกันเถอะ!
